ข่าวพ.ค.61 ปักษ์หลัง

  

ข่าวพาน-เชียงราย ประจำเดือน พฤษภาคม 2561 ปีที่ 3 ปักษ์หลัง

*****

ชาวบ้านแจ้งจับเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ดำรงลักต้นลีลาวดีหลังทิ้งวัดไปตั้งแต่หลังสงกรานต์ แต่เรื่องไม่คืบร้องศูนย์ดำรงธรรมช่วยเหลือ

28 พ.ค.61 10.00 น.ชาวบ้านราษฎร์ดำรง หมู่ที่ 5 ตำบลธารทอง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ประมาณ 100 คน รวมตัวกันที่วัดราษฎร์ดำรงเพื่อเรียกร้องให้พระอธิการปัญญาชัย เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ดำรง ชี้แจงกรณีต้นลีลาวดีกว่า 30 ต้นถูกขุดออกไปจากวัดราษฎร์ดำรง โดยมีนายเจริญ  วงศ์แก้ว  กำนันตำบลธารทองเป็นตัวแทนชาวบ้านยื่นเรื่องต่อนายเขมพัฒน์  เหรัญญะ ปลัดป้องกันอำเภอพาน เป็นตัวแทนศูนย์ดำรงธรรมเดินทางมารับเรื่อง

 

          นายเจริญ  วงศ์แก้ว เปิดเผยว่า  ทางคณะกรรมของวัดได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่สภ.พาน เนื่องจากพบว่าได้มีต้นลีลาวดีจำนวนกว่า 30 ต้นหายไปจากวัด โดยได้แจ้งความไว้เมื่อ 25 เมษายน 2561 เวลาผ่านมาแล้วกว่า 1เดือนยังไม่มีความคืบหน้าทางคดีกลัวจะหมดอายุความเสียก่อน นอกจากนี้ยังพบพฤติกรรมว่า  การก่อสร้างวิหารกลางน้ำของวัด และซุ้มประตูวัด  ซึ่งทางเจ้าอาวาสและช่างก่อสร้างได้รับเงินค่าก่อสร้างจากวัดไปแล้ว เวลาผ่านล่วงเลยมานานหลายปีการก่อสร้างก็ยังไม่แล้วเสร็จ และนอกจากนี้ยังมีพิธีเททองหล่อพระที่ทางวัดได้จัดงานไปแต่ยังไม่ได้ชี้แจงรายรับรายจ่ายจึงอยากให้ทางพระปัญญาชัย เจ้าอาวาสมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อชาวบ้าน ซึ่งทางเจ้าอาวาสได้เดินทางออกนอกวัดไปตั้งแต่ช่วงหลังสงกรานต์ไปผ่านมา จนปัจจุบันนี้ก็ยังไม่กลับมาที่วัดอีกเลย ทางหมู่บ้านจึงมีมติให้ดำเนินคดีกับพระปัญญาชัย เจ้าอาวาสวัดราษฎรดำรง และอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเช่น สำนักพระพุทธศาสนา  เข้ามาติดตามดูแลก่อนเรื่องจะเงียบหายไป

 

          ทางด้านนายเขมพัฒน์ เหรัญญะ ปลัดป้องกัน กล่าวว่า ได้แจ้งให้กรรมการวัดเดินทางไปที่ศูนย์ดำรงธรรมของอำเภอในตอนบ่ายวันนี้ เพื่อทำเรื่องร้องเรียนจากกรณีดังกล่าว และให้ไปที่สภ.พานเพื่อขอสำเนาประจำวันมาเก็บไว้ โดยตนเองจะได้ประสานไปยังผกก.สภ.พานอีกทางหนึ่งด้วย จากนั้นกลุ่มชาวบ้านได้แยกย้ายกันออกไปจากที่ประชุมเพื่อรอฟังผลการดำเนินคดีต่อไป

 

เชียงราย-จับงูเห่าเข้าร้านขาหมูฮ่องเต้ อ.พาน

26 พ.ค.61  06.00 น.ที่ร้านเจ๊ชูขาหมูฮ่องเต้  เลขที่ 670 หมู่ที่ 1 ต.เมืองพาน อ.พาน จ.เชียงราย ขณะที่คนงานในร้านกำลังเตรียมอาหารเพื่อทำขาหมูออกขายให้กับลูกค้าตอนกลางวัน  เห็นงูเห่าขนาดใหญ่ชูคอแผ่แม่เบี้ยอยู่ใต้โต๊ะเตรียมอาหาร ก่อนมุดเข้าไปในฝ้าเพดานใต้บันไดร้าน ตกใจจึงโทรศัพท์แจ้งสภ.พานที่อยู่ติดกับร้านให้มาช่วยมาจับงูเห่า 

 

            นายชวลิต  ทักษิณเจนกิจ อายุ 46 ปี เจ้าของร้านกล่าวว่า  ขณะที่ตนเองกับลูกน้องภายในร้านกำลังจะเตรียมทำขาหมูออกขายบริเวณห้องครัวหลังร้าน  ได้มีงูเห่าขนาดใหญ่ น้ำหนักประมาณ 1-2 กิโลกรัม ชูคอแผ่แม่เบี้ยอยู่ใต้โต๊ะเตรียมอาหาร  ก่อนเลื้อยเข้าไปในรูบริเวณใต้บันไดร้าน จึงได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาช่วยจับงู  ต่อมาได้ประงานนายปิยะพงศ์  แจ่มสว่าง  อายุ 33 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยเจริญเมือง ซึ่งมีประสบการณ์เป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยมีความชำนาญในการจับงูอยู่ที่กรุงเทพฯมาก่อน  จากนั้นได้จึงช่วยกันรื้อข้าวของภายในร้านออกแล้วเอาไม้รื้อทุบฝ้าเพดานยิบซั่มออกจนพบงูเห่า ซึ่งกำลังพ่นพิษออกมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะใช้มือเปล่าจับงูบริเวณแผงคอดึงตัวออกมาจากใต้ฝ้าบันไดจับใส่กระสอบเพื่อนำไปปล่อยที่สถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าแม่ลาว   ส่วนเจ้าของร้านได้ตอบแทนเจ้าหน้าที่ที่มาช่วยกันจับงูโดยเลี้ยงอาหารทั้งหมดที่มาด้วย

 

  เทงปม. 31 ลบ.สายไฟใต้ดินแห่งแรกในเชียงราย “อ.เฉลิมชัย” ฟุ้ง สวยแบบไม่รีทัช วัดร่องขุ่นติดอันดับสามของโลก

 

25 พ.ค.61 10.30 น.นายสัมฤทธิ์ สวามิภักดิ์ ปลัดจังหวัดเชียงราย ,นายเอกชัย  ศักดิ์ทัศนา รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ ศาสตรเมธี  ดร.เฉลิมชัย  โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ร่วมกันเป็นประธานพิธีเปิดจ่ายกระแสไฟฟ้าผ่านระบบเคเบิ้ลใต้ดิน ณ บริเวณหน้าวัดร่องขุ่น  ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย  ตามที่จังหวัดเชียงราย โดยสำนักโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเชียงราย ได้สนับสนุนงบประมาณ  ดำเนินโครงการนำระบบไฟฟ้าและสายสัญญาณสื่อสารลงใต้ดิน  บริเวณหน้าวัดร่องขุ่น  การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็นผู้ดำเนินการออกแบบและก่อสร้างด้วยงบประมาณ 31,445,000 บาท ตั้งแต่ 24 เมษายน 2560 ใช้เวลา 365 วัน แล้วเสร็จเมื่อ 25 เมษายน 2561

            นายเฉลิมชัย  โฆษิตพิพัฒน์  เปิดเผยว่า  ตนเองได้ผลักดันการสร้างสายไฟฟ้าลงใต้ดินผ่านผู้ว่าราชการหลายยุค หลายสมัย จนมาแล้วเสร็จในสมัยผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.เชียงรายคนปัจจุบัน วัดร่องขุ่นซึ่งเป็นวัดแห่งความภาคภูมิใจของชาวเชียงรายและของพี่น้องประชาชนคนไทย ที่ผ่านมามักมีปัญหาด้านภูมิทัศน์ เวลานักท่องเที่ยวเดินทางมาที่วัดร่องขุ่นแห่งนี้  มาถ่ายรูปมักถ่ายติดสายไฟ ต้องเอาไปรีทัชลบภาพสายไฟฟ้าออกจึงจะได้ภายถ่ายวัดที่สวยงาม จนเมื่อมีหน่วยงานได้ดำเนินการปรับภูมิทัศน์นำสายไฟฟ้าลงดินทำให้วัดมีความสวยงาม รูปถ่ายที่ปรากฏต่อสายตาชาวโลกมีความสวยงาม จนวัดได้รับการจัดอันดับวัดที่สวยงามเป็นอันดับสามของโลก  และต่อไปมีแผนการก่อสร้างระบบเคเบิ้ลไฟฟ้าใต้ดินต่อไปที่หอนาฬิกา ซึ่งเป็นสถานที่นักท่องเที่ยวมักนิยมไปท่องเที่ยวถ่ายภาพ ตั้งอยู่บนถนน บรรพปราการ  เทศบาลนครเชียงราย

 

 นายอำเภอพานนำทีมสำรวจถ้ำผายาว       ถ้ำหินงอกหินย้อยที่ยาวที่สุดในเชียงราย

 

20  พฤษภาคม  2561  06.00 น. นางภัทรวดี ปัญญาบุญ  นายอำเภอพาน และ นายผจญ  ใจกล้า สาธารณสุขอำเภอพาน นำสมาชิกชมรมรถถีบเพื่อสุขภาพเมืองพานจำนวนกว่า 30 คัน ปั่นจักรยานจากที่ทำการชมรมในตลาดอำเภอพานเพื่อไปสำรวจถ้ำผายาว  บ้านดงเจริญ ตำบลม่วงคำ  อำเภอพาน  จังหวัดเชียงราย  ซึ่งเป็นถ้ำที่มีความยาวลึกกว่า 300 เมตร จัดว่าเป็นถ้ำที่มีความลึกที่มากที่สุดจากถ้ำที่สำรวจพบในจังหวัดเชียงราย  เมื่อเดินทางไปถึงบริเวณเชิงเขาบ้านดงเจริญ จะพบกับน้ำตกถ้ำผายาวที่เกิดจากตาน้ำผุดออกมาจากโขดหินมีน้ำไหลตลอดปีหล่อเลี้ยงเกษตรกรรมเรือกสวนไร่นาของชาวบ้านบริเวณเชิงเขาแห่งนี้  ต่อจากนั้นเดินเท้าขึ้นไปอีกประมาณ 600 เมตรตลอดเส้นทางก็จะพบกับพันธุ์ไม้เฉพาะถิ่นต่างๆเป็นเส้นทางที่เหมาะแก่การศึกษาธรรมชาติมีระบบนิเวศน์ที่ยังคงความสมบูรณ์อยู่ ทางขึ้นมีบันไดจำนวน 331 ขั้นขึ้นไปยังจุดที่เป็นปากถ้ำ ก็จะพบว่ามีหินงอกหินย้อยที่กำลังเจริญเติบโตอยู่โดยชาวบ้านได้นำเชือกมาล้อมไว้ไม่ให้ใครเผลอไปเหยียบย่ำ   เมื่อเดินผ่านบันไดลงไปจะพบกับโถงภายในถ้ำขนาดใหญ่กว้างประมาณ 3 สนามฟุตบอล จุคนได้กว่า 1,000 คน บรรยากาศภายในถ้ำเย็นสบาย  ปลอดโปร่งมีลมโกรกเนื่องจากมีทางเดินทะลุไปปากถ้ำอีกด้านหนึ่ง  มีหินงอกหินย้อยลักษณะแปลกตาตามจินตนาการของผู้พบเห็น  บางก้อนลักษณะคล้ายรวงผึ้งติดอยู่ที่เพดานถ้ำ เมื่อเดินต่อไปผ่านโถงน้อยใหญ่จะมีทางแยกซ้ายขวา  เมื่อเดินไปทางซ้าย ตลอดเส้นทางกว่า 200 เมตรจะพบกับหินงอกหินย้อยที่กำลังเติบโตอยู่ มีลักษณะต่างๆเช่น  เป็นรูปช้าง  รูปม้า  รูปพญานาค    จุดที่เป็นไฮไลท์ของถ้ำจะมีก้อนหินย้อยขนาดใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลาง 1-2 เมตร  เนื้อสีขาวมีผลึกคล้ายเพชรระยิบระยับเมื่อต้องกับแสงไฟ  โดยนักท่องเที่ยวต้องหันหลังมองย้อนกลับไปยังทิศทางของปากถ้ำถึงจะได้เห็นหินย้อยกลุ่มนี้ซึ่ง นายพีรพจน์  ฟังเสียง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านดงเจริญ ผู้นำทางได้ชี้ให้ผู้สื่อข่าวดู  ตลอดเส้นทางก็พบว่ามีหินงอกหินย้อยที่ยังกำลังงอกอยู่ ชาวบ้านได้ขอวิงวอนนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมถ้ำผายาวแห่งนี้โปรดอย่าเด็ดหินงอกหินย้อยกลับไป   และงดการขีดเขียนบนผนังถ้ำ การสลักชื่อเป็นที่ระลึก  เมื่อเดินทางต่อไปยังด้านทิศขวาของถ้ำ จะมีแนวหินย้อยลดหลั่นเป็นลักษณะคล้ายนาขั้นบันได  เมื่อเดินทางต่อไปอีก 50 เมตร ก็จะถึงปากถ้ำบนหน้าผาอีกด้านหนึ่ง

 

            นางภัทราวดี  ปัญญาบุญ นายอำเภอพาน  กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ในระหว่างการปรับปรุง จะมีป้ายแหล่งท่องเที่ยวที่จะอธิบายว่าในถ้ำมีห้องต่างๆภายในถ้ำ  มีจุดเด่นตรงไหนบ้าง อาจจะปรับปรุงที่กั้นหินงอกหินย้อยซึ่งกำลังเติบโตอยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเหยียบย่ำ จัดทำโบรชัวร์สถานที่ท่องเที่ยว  ค่อยๆทำไปดูว่านักท่องเที่ยวจะมีมากน้อยแค่ไหน  ขณะเดียวกันก็จะมีกฎเกณฑ์กติกาการเข้ามาด้วย เช่น ไม่จับสัมผัสหินงอกหินย้อยที่กำลังเติบโตอยู่ มิฉะนั้นมันก็จะกลายเป็นสีดำ  กากเพชรต่างๆอาจหายไป  ตอนนี้ได้ร่วมกับ อบต.ม่วงคำ ของบประมาณเข้าไปในแผนพัฒนาสี่ปีของอบต. ม่วงคำ

 

นายนราธิป  เนตรคำ ภาพ/ข่าว

 

 

 

กองทัพภาคที่3 สกัด ยานรก 7.8 ล้านเม็ด ไอซ์ 50กก.

เวลา 10.00 น.วันที่ 19 พ.ค.61 ที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง ค่ายเม็งรายมหาราช พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้เดินทางมาแถลงข่าว การจับกุมยาเสพติด ร่วมกับ พล.ต.บัญชา  ดุริยะพันธ์ ผบ.มทบ.37 พ.อ.สันติ  สุขป้อง รอง ผอ.ศป.ปส.ชน. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พ.ต.อ.พศวีร์ โชติเทียนชัยวัต รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ท.ปิยะชาติ พรมนาทม ผบ. ร.17 พัน.3 ในพระองค์ฯ พ.ต.อ.ณัฐสิทธิ์ บุญมาก ผกก.สภ.เวียงเชียงรุ้ง พ.อ.พักตร์พงษ์ เงสันเที๊ยะ หน.แผนก การข่าว กอ.รมน.จ.เชียงราย นายวาทิน ดำรงค์เลาพันธ์ ผอ.ส่วนการบังคับใช้กฏหมาย ปปส.ภ.5 โดยสามารถตรวจยึด พบยาบ้า 39 กระสอบ จำนวนประมาณ 7,800,000 เม็ด ยาไอซ์ 2 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม พร้อมกับรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รีโวี สีดำ 

 

โดยการจับกุมครั้งนี้  พล.ท.วิจักขฐ์  สิริบรรสพ แม่ทัพภาค 3  สืบทราบว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดลำเลียงยาบ้าจากชายแดน เข้าพื้นที่ชั้นใน จึงสั่งการให้ทหารทุกหน่วยในพื้นที่เฝ้าระวังและเข้มงวดกวดขันในพื้นที่รับผิดชอบทั่งเส้นทางสายหลักและสายรอง จนกระทั่งเวลาประมาณ 21.45 น. วันที่ 18 พ.ค.61  เจ้าหน้าที่กองบังคับการควบคุมพื้นที่พิเศษรอยต่อ 4 อำเภอ จังหวัดเชียงราย นำกำลังตั้งจุดตรวจสกัดบนถนนสายดอยหลวง-เวียงเชียงรุ้ง บ้านป่าสักงาม หมู่ที่ 9 ตำบลดงมหาวัน อำเภอเวียงเชียงรุ้ง  จังหวัดเชียงราย  ได้พบรถกระบะโตโยต้า วีโว้ สีเทาดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ต่อโครงเหล็กด้านข้าง บรรทุกของมาเต็มคันรถ  มีผ้าใบคลุมมิดชิด  วิ่งผ่านมา   เจ้าหน้าที่จึงให้สัญญาณเรียกให้จอด   เพื่อขอทำการตรวจค้น  แต่รถคันดังกล่าวเมื่อเห็นด่านตรวจทหาร  กลับเร่งเครื่องขับรถแหกด่านไปอย่างรวดเร็ว  เจ้าหน้าที่จึงขับรถไล่ล่าติดตามไปอย่างกระชั้นชิด แต่เมื่อผ่านด่านตรวจไปได้ประมาณ 350 เมตร รถกระบะคันดังกล่าวได้เสียหลักพุ่งตกลงข้างทาง จากนั้นคนบนรถไม่ทราบจำนวน  ได้เปิดประตูรถวิ่งหลบหนีหายไปท่ามกลางความมืด เจ้าหน้าที่ได้ไล่ติดตามไปแต่ไม่ทัน

 

พล.ท.วิจักขฐ์  สิริบรรสพ กล่าวว่า การจับกุมยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือที่มีอยู่บ่อยครั้งโดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงราย  โดยนพื้นที่ได้การบูรณาการกับมาเป็นระยะเวลา 50 วัน ตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา โดย สามารถจับกุม ยาเสพติดได้เป็นจำนวนมาก สำหรับ ในรายนี้พบว่าผู้ต้องหาที่หลบหนีไปได้นั้น เป็นชาวเขาเผ่าอาข่า โดยปกติกลุ่มนี้จะไม่ลำเลียงลงมาในพื้นที่เมือง แต่ครั้งนี้พฤติกรรมแปลกไป ซึ่งคาดว่าจะเกิดปัญหาตามแนวชายแดนทำให้กลุ่มนี้เกิดการเลี่อนไหวที่ต่างออกไป ซึ่งกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดนี้ พบลว่ามีการเชื่อมโยงกับหลายกลุ่ม รวมไปถึงกลุ่ม ในพื้นที่ อ.เวียงแก่นที่ ซึ่งเกี่ยวขอ้งกับคดียิงนาย นายทวีศักดิ์ ยอดมณีบรรพต กำนัน ต.ปอ  เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมาด้วย ซึ่งก็ได้มอบหมายให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ ปปส.ทำการติดตามและขยายผลต่อไป สำหรับในส่วนของการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดนั้นทุกภาคส่วนก็ได้มีการบูรณาการกับในการป้องกัน ทั้งด้านการข่าว และข้อมูล รวมไปถึงพฤติกรรมของแต่ละกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด จนทำให้การจับกุมมีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดได้เป็นจำนวนมาก ในส่วนของยาเสพติดครั้งนี้พบว่าปลายทางอยู่ที่ภาค กลาง ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าเป็นพื้นที่ใด ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ต้องขอบคุณประชานที่ได้แจ้งข้อมูลให้กับทางเจ้าหน้าที่ จนสามารถทำการจับกุมได้ ซึ่งหลายครั้ง เพราะแหล่งข่าวจากประชาชน จึงทำให้การปราบปรามยาเสพติดเป็นผลสำเร็จ

 

รมว.วธ.และ คณะสงฆ์วัดโพธิ์ฯ ภาคเอกชน เข้าเฝ้าฯ ถวายคัมภีร์พระมาลัย อักษรขอม (บาลี-ไทยโบราณ) ที่แปลเสร็จสมบูรณ์ แด่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ณ นครวาติกัน กรุงโรม

 

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม เวลา 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครรัฐวาติกัน สาธารณรัฐอิตาลี นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เข้าเฝ้าฯ ถวายคัมภีร์ พระมาลัยอักษรขอม (บาลี-ไทยโบราณ) ที่ปริวรรต (แปล) แล้วเสร็จแด่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังนซิส พระประมุขสูงสุดแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก องค์ที่ 266 อย่างเป็นทางการ โดยมีพระราชรัตนสุนทร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ไวยาวัจกร วัดพระเชตุพนวิมลฯ พร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดพระเชตุพนฯ คณะสงฆ์ผู้ปริวรรตคัมภีร์ กระทรวงการต่างประเทศ อธิบดีกรมการศาสนา คณะสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย กรรมาธิการแห่งสภาประมุขฯ การเสวนาและความสัมพันธ์ระหว่างศาสนาต่างๆ และผู้เกี่ยวข้องภารรัฐและเอกชน ร่วมพิธีถวายคัมภีร์ ณ นครรัฐวาติกัน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่า เนื่องด้วยเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ปี 2559 ที่ผ่านมา มงซินญอร์ ดร.วิษณุ ธัญญอนันต์ คณะกรรมการรองเลขาธิการสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทยและผู้ประสานงานกับนครรัฐวาติกัน พร้อมคณะ นำความตามสมณพระประสงค์ในสมเด็จพระสันตปาปาฟรังซิส องค์ที่ 266 ที่ประสงค์จะจัดแสดงคัมภีร์โบราณ ที่ได้รับถวายจากบุคคลสำคัญๆ ทั่วโลก ที่ได้ถวายแด่องค์สมเด็จพระสันตะปาปาทุกๆ พระองค์ที่ผ่านมา เพื่อไปจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์แห่งนครรัฐวาติกัน โดยพบว่าบรรดาคัมภีร์ดังกล่าวมีคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาเล่มหนึ่ง บันทึกด้วยอักษรขอมโบราณ ซึ่งทางพิพิธภัณฑ์แห่งนครรัฐวาติกัน ไม่มีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถอ่าน หรือปริวรรตคัมภีร์ เล่มดังกล่าวได้

 

ดังนั้น ทางพิพิธภัณฑ์แห่งนครรัฐวาติกัน จึงมอบหมายให้มงซินญอร์ ดร.วิษณุ ธัญญอนันต์และคณะเข้าพบพระเทพวีราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ ปรึกษาหารือและขอความร่วมมือในการปริวรรตคัมภีร์ดังกล่าว ซึ่งพระเทพวีราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ จึงจัดหาผู้เชี่ยวชาญในการปริวรรตคัมภีร์ฉบับนี้ เพื่อถวายแด่องค์สมเด็จพระสันตะปาปา ตามสมณประสงค์และเพื่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างคริสตจักรกับพระพุทธศาสนาในเบื้องต้นพิพิธภัณฑ์แห่งนครรัฐวาติกันทราบว่าคัมภีร์ดังกล่าวเป็นคัมภีร์ เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) ถวายพระสันตะปาปาปิโอที่ 11 เมื่อครั้งเสด็จประพาสยุโรป ในปีค.ศ. 1934 ซึ่งเป็นคัมภีร์เขียนด้วยอักษรขอม (บาลี-ไทยโบราณ) ในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น เป็นหนังสือสมุดไทยขาว (สมุดข่อยสีขาว) มีความกว้าง 13 เซนติเมตร ยาว 66 เซนติเมตร มีเนื้อหา 6 ตอน นับจำนวนหน้าสมุดรวมทั้งหมด 186หน้า ด้านในมีภาพวาดประกอบ สีสันสวยงาม

 

สำหรับเนื้อหาคัมภีร์ทั้งหมด 6 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 บทสวดอภิธรรม 7 คัมภีร์ ตอนที่ 2-5 เรื่องราวพระมาลัยกลอนสวด เริ่มจากพระมาลัยไปโปรดสัตว์ นรก สวรรค์ สนทนากับพระอินทร์และพบกับ พระโพธิสัตว์ ที่จะมาจุติเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป หรือที่เรียกว่า พระศรีอาริย์ และตอนที่ 6 บทสวดแจงภาษาบาลี (ขึ้นต้นด้วย ยนฺเตน ภควตา ชานตา ปสฺสตา อรหตา...) แต่งด้วยฉันทลักษณ์ที่เรียกว่า "กลอนสวด"ประกอบด้วยกาพย์ชนิดต่างๆ อาทิ กาพย์ยานี กาพย์ฉบัง กาพย์สุรางคนางค์ ฉันท์ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การนำคัมภีร์พระมาลัยถวายแด่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส เพื่อแสดงให้เห็นถึงมิตรภาพอันงดงามที่มีมาอย่างยาวนาน ระหว่างพระพุทธศาสนากับคริสตจักรนิกาโรมันคาทอลิกต่อไป #พาน108

ข้อมูล/ภาพ  นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) 

พบกับงานฟอร์ด รถแกร่ง..คนเก่ง ที่ลานคลองถม อ.พาน 24-25 พค.นี้ ร่วมกิจกรรมลงทะเบียนรับน้ำมันพืชฟรี บริการอาหารเครื่องดื่ม นวดตัว ตัดผม เล่นเกมส์รับของรางวัลเครื่องใช้ไฟฟ้า ลุ้นทองคำทุกวัน!!จองรถในงานรับข้อเสนอสุดคุ้ม การันตรี ของฟรีมีในโลก มางานนี้ฟรีทุกอย่าง อย่าพลาด!!! วงดนตรี To voice band 24 พบ ศลปิน หญิง ธิติกานต์ 25 พบ วิทูลย์ ใจพรม***

Visitors: 1,459,033