ข่าวพาน-เชียงราย ประจำเดือน สิงหาคม 2561 ปักษ์แรก

 

ข่าวพาน-เชียงราย  ประจำเดือนสิงหาคม 2561ปักษ์แรก

*****

ด่านปูแกงสภ.พาน จับรถขนผลไม้ซุกยาบ้า  2 แสนเม็ด

 

 

วันที่ 16 ส.ค. 2561 เมื่อเวลาประมาณ 21.30น  เมื่อคืนที่ผ่านมาขณะที่ พ.ต.ท.ทวี เชยบาน สวป.สภ.พาน นำกำลังตรวจยานพาหนะ บริเวณด่านตรวจปูแกง ม.4 ต.แม่เย็น อ.พาน จ.เชียงราย   ได้เรียกตรวจ รถกระบะแค็ป สีบรอนซ์เทา ทะเบียน บม-649 ประจวบคีรีขันธ์ มีนายพงษ์ศักดิ์ นุชยารถ อายุ 32 ปี เป็นคนขับ พร้อมหญิงสาว 1 คน ค้นหลังกระบะพบยาบ้า รวม 100 มัด ประมาณ 200,000 เม็ด ใส่ไว้ในกล่องกระดาษ มีกล่องผลไม้ และสิ่งของล้อมไว้หลังรถกระบะคันดังกล่าว    เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้รับสารภาพว่ายาบ้าที่พบเป็นของตนเอง หญิงสาวโดยสารมาด้วยไม่เกี่ยวข้อง โดยยาบ้าเป็นของชื่อนายแอน ว่าจ้าง 500,000 บาท ให้มารับยาบ้าที่ บริเวณตลาดโชคเจริญในตัวเมืองเชียงราย ซึ่งเจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลต่อไป

 

ตำรวจท่องเที่ยวเชียงราย  เช็คบิลโชเฟอร์ซิ่งกลางดอย

14 ส.ค.61 11.00 น.ตามที่มีคลิปลงไปในสื่อสาธารณะหรือโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับภาพของรถทัวร์ที่ขับแซงตรงจุดห้ามแซง และเป็นทางโค้งบนถนนสายระหว่าง จ.เชียงราย-เชียงใหม่ โดยมีการขับรถอย่างหวาดเสียว พ.ต.ท.ฉันทฤทธิ์ เหล่าไพโรจน์จารี  สารวัตรสถานีตำรวจท่องเที่ยว กก.บก.ท่องเที่ยว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงราย ตัวแทน นายสตวัน มะโนเครื่อง ขนส่งจังหวัดเชียงราย ได้เชิญนายชาญชัย แซ่ลี่ อายุ 24 ปี ผู้บริหารบริษัทรถบัสแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ และนายฉลอง ปัญญาดี อายุ 53 ปี คนขับรถทัวร์โดยสารของบริษัทหมายเลขทะเบียน 30-3721 เชียงใหม่ มาที่สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงราย เพื่อสอบปากคำดำเนินคดี

 

                โดย นายชาญชัย แซ่ลี่ ได้ยอมรับว่ารถคันดังกล่าวที่ปรากฏในคลิปเป็นรถของบริษัท และนายฉลอง เป็นคนขับรถจริง โดยในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ขนส่งได้ตักเตือนให้ใช้ความระมัดระวังด้วย เนื่องจากคลิปพบว่ามีการขับรถแซงตรงทางโค้งในจุดห้ามแซง รวมไปถึงมีการแซงคร่อมกรวยจุดตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย และมีรถยนต์แล่นสวนเลนมาต้องหักหลบ โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า กระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการขับขี่ด้วยความประมาทและหวาดเสียวด้วยความเร็วระหว่าง 92-104 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหตุเกิดบนถนนหมายเลข 118 สายเชียงราย-เชียงใหม่ พื้นที่บ้านโป่งปูเฟือง หมู่ ต.แม่สรวย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เวลาประมาณ 13.00 น.เมื่อวันเสาร์ที่ 11 ส.ค.61 ที่ผ่านมา 

                โดยการกระทำผิดดังกล่าวมีโทษปรับผู้ประกอบการที่ต้องรับผิดชอบต่อคนขับโดยตรงสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท และคนขับไม่เกิน 5,000 บาท แต่เนื่องจากให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ เป็นการกระทำผิดครั้งแรกและไม่ได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นจึงเปรียบเทียบบริษัทเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท ส่วนคนขับเปรียบเทียบปรับสูงสุดจำนวน 5,000 บาท โดยไม่มีการเพิกถอนเอกสารใบอนุญาตใดๆ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวและขนส่งได้ตักเตือนให้ใช้ความระมัดระวังในอนาคตต่อไป

พ.ต.ท.ฉันทฤทธิ์ กล่าวว่าเรื่องนี้ทางผู้บังคับบัญชาได้กำชับมาโดยตรง เกี่ยวกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และพบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโซเชียลมีเดีย มีผู้ให้ความสนใจดูและวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก ตำรวจท่องเที่ยวจึงได้สืบสวนและติดตามจนทราบตัวผู้ที่ขับขี่และผู้ประกอบการเกี่ยวข้องตามคลิปจากนั้นได้เชิญมาสอบปากคำจนเจ้าตัวก็ยอมรับว่าได้กระทำความผิดจริง ส่วนบริษัทก็ให้ความร่วมมือด้วยดี จึงได้กำชับให้เข้มงวดและระมัดระวังกันให้มากขึ้นเพราะเป็นถนนสายท่องเที่ยวโดยมี ผู้ประกอบท่องเที่ยวระหว่างเชียงราย-เชียงใหม่ ไม่น้อยกว่า 30 ราย โดยมีทั้งรถบัส รถตู้ และนักท่องเที่ยวก็ไม่ได้มีแค่ชาวจีนแต่ยังมีอื่นๆ จากทั่วโลกใช้บริการด้วย ที่ผ่านมาก็ถือได้ว่าทุกรายต่างให้ความร่วมมือหรือแม้แต่บริษัทก็มีการปฏิบัติที่ดีมาโดยตลอด

 

นายชาญชัย กล่าวว่าตามปกติบริษัทจะรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปทางเครื่องบินทั้งที่ลงที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย จากนั้นนำรถรับส่งไปกลับทั้ง พื้นที่สลับกัน สำหรับรถคันที่ก่อเหตุได้ขับส่งนักท่องเที่ยวจาก จ.เชียงใหม่ ไปท่องเที่ยวใน จ.เชียงราย ก่อนจะส่งผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย แล้วขับรถเปล่ากลับ จ.เชียงใหม่ และเมื่อมาพบข่าวในโซเชียลฯ ก็รู้สึกเสียใจมากและไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นจริง จึงได้เรียกคนขับมาสอบถามจนได้ข้อเท็จจริง ในเบื้องต้นได้สั่งพักงาน นายฉลองอย่างไม่มีกำหนดแล้ว ซึ่งทางบริษัทยืนยันว่าที่ผ่านมาเข้มงวดเรื่องนี้มาโดยตลอดโดยมีการอบรมคนขับทุกเดือน และไม่เคยมีเหตุเช่นนี้เกิดขึ้นกับบริษัท รวมทั้งไม่เคยมีการจัดทัวร์แบบวันเดียวเพื่อเร่งรถให้ทำความเร็วเพราะเรามีนักท่องเที่ยวลงที่สนามบินทั้ง แห่งสลับกันไปมา ขณะเดียวกันก็เป็นห่วงกรณีในคลิปมีการให้เสียงเกี่ยวกับทัวร์จีน ซึ่งตนยืนยันว่าในรถไม่มีชาวจีนจึงขอชี้แจงเพราะเกรงจะกระทบกับการท่องเที่ยวในภาพรวมด้วย

 

'

 

*****

รมว.คมนาคมเผย ครม.อนุมัติรถไฟเด่นชัย-เชียงรายแล้ว สำรวจและเวณคืนปี 62

9 ส.ค.61 10.00 น. ที่โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท จังหวัดเชียงราย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดงานสัมมนาสร้างการรับรู้และความเข้าใจโครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายเด่นชัย ชียงราย – เชียงของ เพื่อนำข้อมูลวัตถุประสงค์การก่อสร้างโครงการฯ ประโยชน์ของโครงการฯ และการเตรียมความพร้อมในทุกภาคส่วน เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการฯ พร้อมทั้งรับฟังข้อคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมสัมมนา โดยมีนายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการถไฟแห่งประเทศไทย นายสมบูรณ์ ศิริเวช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ประชาชนทั่วไป และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานกว่า 200 คน

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติโครงการก่อสร้างเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย จึงเร่งรัดโครงการให้แล้วเสร็จได้ในปี 2566 ด้วยมูลค่าโครงการ 85,345 ล้านบาท โดยโครงการฯ มีจุดเริ่มต้นที่สถานีเด่นชัย จังหวัดแพร่ มุ่งไปทางทิศเหนือผ่านพื้นที่ 59 ตำบล 17 อำเภอ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแพร่ ลำปาง พะเยา และสิ้นสุดที่ด่านพรมแดนเชียงของ จังหวัดเชียงราย รวมระยะทาง 323.10 กม. มีสถานีทั้งสิ้น 26 สถานี ประกอบด้วย สถานีขนาดใหญ่ 4 สถานี

 

สถานีขนาดเล็ก 9 สถานี และป้ายหยุดรถ 13 แห่ง โดยมีลานขนถ่ายสินค้าจำนวน 4 แห่ง และย่านกองเก็บและบรรทุกตู้สินค้า 1 แห่ง ที่สถานีเชียงของ บนพื้นที่ 150 ไร่ พร้อมแนวถนนเชื่อมต่อด่านชายแดนเชียงของ  โครงการนี้ มีจุดเด่นที่สำคัญคือเป็นโครงการที่ก่อสร้างโดยไม่มีจุดตัดทางแยกรถไฟเพื่อเพิ่มความปลอดภัย

 โดยมีการออกแบบรั้วกั้นเขตแนวสายทางของการรถไฟฯ และออกแบบสะพานรถไฟ สะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟ ทางรถยนต์ลอดรถไฟ ทางเชื่อมรวมและกระจายจราจร ตลอดจนสะพานลอย ทางเท้า และทางรถจักรยานยนต์ข้ามและลอดทางรถไฟ รวมประมาณ 254 จุด ตลอดแนวเส้นทาง และยังมีอุโมงค์คู่ตามแนวเส้นทางที่พาดผ่านพื้นที่ภูเขา รวมระยะทางประมาณ 13.9 กม. เพื่อให้สามารถเพิ่มระดับความเร็วในการเดินทางขนส่งได้อย่างปลอดภัยด้วย

 

ทั้งนี้ เมื่อโครงการนี้ ดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปี 2566 จะรองรับผู้โดยสารได้ถึง 5,600 คน/วัน และรองรับได้ถึง 9,800 คน/วัน ในปี 2595 สร้างอัตราการเติบโตของผู้โดยสารได้ถึงร้อยละ 1.95 ต่อปี และอัตราการเติบโตของสินค้าประมาณร้อยละ 4.65 ต่อปี นอกจากนี้ ยังสามารถรองรับปริมาณตู้สินค้าได้ถึง 413,417 ทีอียูต่อปี ในปี 2566 และเพิ่มเป็น 951,955 อีทียูต่อปี ในปี 2595 ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราการเติบโตของมูลค่าการนำเข้า-ส่งออก

ผ่านด่านเป็นร้อยละ 30-40 ต่อปี โครงการนี้จึงเป็นเส้นทางสำคัญเพื่อเชื่อมเศรษฐกิจแนวเหนือ-ใต้ เชื่อมอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง เชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟของ สปป.ลาว ที่จะมุ่งตรงสู่เมืองคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน และยังสามารถขนถ่ายสินค้าออกสู่ทะเลทางท่าเรือแหลมฉบังได้ด้วย รองรับนโยบายจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย (SEZ)

เป็นการเติมเต็มประสิทธิภาพโครงข่ายการคมนาคมของไทยให้สมบูรณ์ และเป็นการพลิกโฉมจังหวัดเชียงรายให้เป็น Logistics City ของภูมิภาคในอนาคตอีกด้วย

 

*****

ศาลจังหวัดเชียงราย ร่วมกับศาลเยาวชนและครอบครัวและหน่วยงานกระบวนการยุติธรรม  ร่วมจัดกิจกรรมวันรพี  และเปิดโครงการร่วมใจไกล่เกลี่ย ปี 61

7 ส.ค.61 07.30น.  ที่ศาลจังหวัดเชียงราย  อ.เมือง จ.เชียงราย  นายศุภกร สันฐาน ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล         จังหวัดเชียงรายร่วมกับศาลเยาวชนและครอบครัวและหน่วยงานกระบวนการยุติธรรม  ร่วมจัดกิจกรรมวันรพี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ เผยแพร่พระเกียรติคุณ ชีวประวัติของพระบิดาแห่งกฎหมายไทย  โดยในวันนี้ เป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ  พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ พระผู้เป็นบรมครูของนักกฎหมายไทย  ในช่วงเช้าประกอบพิธีทางศาสนา พิธีถวายพวงมาลาราชสักการะ  จัดนิทรรศการและการแข่งขันตอบปัญหากฎหมายชิงทุนการศึกษานักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ณ ศาลจังหวัดเชียงราย  ถนนธนาลัย   ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย

ต่อจากนั้น เวลา 10.30น. ศาลจังหวัดเชียงรายร่วมกับศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเชียงรายจัดโครงการ “ร่วมใจไกล่เกลี่ย” ประจำปี พ.ศ. 2561 โดยมี นายศุภกร สันฐาน ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล         จังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี  และนายวรวัฒน์ กุสลางกูรวัฒน์ ผู้พิพากษาหัวหน้า           ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย คณะผู้พิพากษา หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมในจังหวัดเชียงรายให้เกียรติร่วมพิธีเปิด 

ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการระงับข้อพิพาททางเลือก โดยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท อันเป็นการเปิดโอกาสให้คู่ความมีทางเลือกในการเจรจายุติข้อพิพาทที่เกิดขึ้นด้วยความสะดวก รวดเร็ว ประหยัด เป็นธรรม และให้ความรู้ด้านการระงับข้อพิพาททางเลือกให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย จึงได้จัดเดือนแห่งการระงับข้อพิพาททางเลือกขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายน – เดือนกันยายน 2561

//////*****

 

*****/////*****

อำเภอพาน ร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  เชิญเที่ยวงานวันแม่และของดีอำเภอพาน ประจำปี 2561  9-15  ส.ค. 2561   ณ  ที่ว่าการอำเภอพาน 

ชมขบวนแห่อันยิ่งใหญ่ 234 หมู่บ้าน การจัดซุ้มนิทรรศการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ร้านโอท็อปและของดีเมืองพาน  สินค้าราคาถูก อาหาร 4 ภาค สวนสนุกชุดใหญ่  และพบศิลปินนักร้องการแสดงทุกวัน

*****

ต้อนรับวันแม่ฟาร์มจระเข้โภคธาราร่วมจัดกิจกรรมวันแม่ปีนี้

พบการแสดงของนักมายากลมีชื่อ  จาก ชัยเมจิกโชว์  ตั้งแต่ วันที่11-13 สิงหาคม 2561 ในช่วงเวลาพิเศษ  3 วันหยุดยาว  มีกิจกรรมการแจกของรางวัลที่ลานแสดงโชว์  ชัยเมจิกโชว์จากสถาบันมายากลแชมป์มายากลนักเรียนไทย 2558  แล้วพบกันที่ฟาร์มจระเข้โภคธารา  

 

*****

 

 

ทุ่มงบ 42 ล้านบาท พัฒนา12หมู่บ้านโอท็อปเพื่อการท่องเที่ยว

จังหวัดเชียงรายพัฒนา 12 หมู่บ้านเป็นหมู่บ้านโอท็อปเพื่อการท่องเที่ยว  ดึง”แท่งศักดิ์ สิทธิ์” ฟรีเซ็นเตอร์  ชูวิถีท้องถิ่น  สะท้อนอัตลักษณ์ ศิลปวัฒนธรรมวิถีชีวิต 12  ชุมชน  

8 ส.ค.61  13.00 น.นายสมบูรณ์  ศิริเวช  รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย  นายอุทัย  หอมนาน  พัฒนาการจังหวัดเชียงราย  แถลงข่าว  โครงการหมู่บ้านโอท็อปเพื่อการท่องเที่ยว  เปิด 8  เส้นทางท่องเที่ยววิถีชุมชน  ณ  ลานทะเลหมอก  ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าเชียงราย  อ.เมือง  จ.เชียงราย

                  นายสมบูรณ์  ศิริเวช  รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย  กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชน  กระทรวงมหาดไทย   ได้ดำเนินโครงการหมู่บ้านโอท็อปเพื่อการท่องเที่ยว  โดยได้คัดสรร 12 หมู่บ้านใน 9 อำเภอ จังหวัดเชียงราย ใช้งบประมาณ  42,402,000 บาท  เพื่อพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา   นำเอาเอกลักษณ์ชุมชน วัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมของชุมชน  นำเสนอในโปรแกรมการท่องเที่ยวชุมชน   ทำให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจรากฐานเกิดรายได้แก่ชุมชน  จำนวน  12 หมู่บ้าน  ได้แก่  บ้านสันต้นกอก  ต.ท่าสุด  อ.เมือง เชียงราย,บ้านปางขอน  ต.ห้วยชมพู  อ.เมืองเชียงราย,บ้านป่าซางวิวัฒน์  ต.นางแล อ.เมืองเชียงราย,บ้านศรีดอนชัย  ต.โรงช้าง อ.ป่าแดด ,บ้านสันทางหลวง  ต.จันจว้า อ.แม่จัน ,บ้านท่าขันทอง  ต.บ้านแซว  อ.เชียงแสน,บ้านปางห้า  ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย,บ้านโป่งเทวี  ต.บ้านโป่ง องเวียงป่าเป้า,,บ้านห้วยทรายขาว  ต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย ,บ้านโป่งเทวี  ต.บ้านโป่ง  อ.เวียงป่าเป้า และ  บ้านผาตั้ง  ต.ปอ  อ.เวียงแก่น  โดยมี ศักดิ์สิทธิ์  แท่งทอง  เป็นพรีเซ็นเตอร์โครงการดังกล่าว

*****

เชียงราย-ทุ่มงบ 2  พันล้าน เปิดตลา   ดล้านเมือง  ตลาดกลางค้าส่งผัก-

ผลไม้ ในเชียงราย-ภาคเหนือ-อีสานตอนบน  เชื่อม จีน ลาว เมียนมา

6 ส.ค. 2561 ที่โรงแรม เลอ เมอริเดียน จ.เชียงราย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ ประธานกรรมการบริหารตลาดกลางผักและผลไม้ จ.ราชบุรี (ศรีเมือง), นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ กรรมการบริหารบริษัท เจียงฮาย มาร์เก็ต จำกัด และนายเฉลิมชัย สุภาวรรณ์ ผู้จัดการตลาดโชคเจริญพร ร่วมกันเปิดตัวแถลงข่าว “โครงการตลาดล้านเมือง  ตลาดกลางค้าส่งผัก-ผลไม้ ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือและภาคอีสานตอนบน”

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ กรรมการบริหารบริษัทเจียงฮาย มาร์เก็ต จำกัด เปิดเผยถึงที่มาตลาดล้านเมือง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณสี่แยกแม่กรณ์ บนเนื้อที่ 160 ไร่ จ.เชียงราย ว่า จ.เชียงรายมีศักยภาพเป็นหัวเมือง ของทางภาคเหนือ และเป็นอันดับต้นๆ ใกล้กับเชียงใหม่ นอกจากนี้ สินค้าเกษตรกรของ จ.เชียงราย มีคุณภาพในเกณฑ์ที่ดี เช่น ข้าว  ผลไม้มีชื่อ ไม่ว่าจะเป็นลิ้นจี่ ลำไย สับปะรด แต่มักพบกับปัญหาสินค้าเกษตรไม่ได้ราคา ที่สำคัญ คนในพื้นที่ จ.เชียงรายขาดโอกาสในเรื่องของอาหารสุขภาพ และอาหารปลอดภัย  จึงมานั่งวิเคราะห์ ว่าจะทำอย่างไรให้ จ.เชียงราย ที่มีศักยภาพ เนื่องจากเป็นเมืองที่ชายแดน ติด เมียนมา ลาว และเชื่อมไปยังจีน  เหมาะสมที่จะมีตลาดค้าส่ง ค้าปลีกที่ดีมีความครบครัน เหมือนเช่นตลาดศรีเมือง จ.ราชบุรี  จึงได้เชิญผู้บริหารตลาดศรีเมือง  เข้ามาเป็นพันธมิตร พร้อมด้วยผู้บริหารตลาดโชคเจริญพร ตลาดค้าส่งค้าปลีกเดิมในพื้นที่ มาร่วมกันวางแผนบริหารจัดการ จึงเกิดเป็นตลาดล้านเมืองขึ้นมา

“ตลาดล้านเมือง นอกจากจะเป็นตลาดค้าส่ง ผักผลไม้แล้ว ยังมีโซนอาหารทะเล ที่นำเข้ามาจากรัฐจังหวัดมะริด ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นแหล่งอาหารทะเล ทำให้คนเชียงราย มีอาหารทะเลบริโภคแบบสดใหม่ และยังมั่นใจได้ว่าผู้บริหารตลาดศรีเมือง จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชาวเชียงราย โดยเฉพาะเกษตรกรที่ยังใช้สารเคมีเกินขนาด จะได้รับคำแนะนำที่ดีจากตลาดศรีเมือง ที่มีการควบคุมและดูแลสินค้าให้ปลอดสารพิษเป็นอย่างดี และสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ จะได้ราคาที่เป็นธรรมกับเกษตรกรในพื้นที่” นายวิสารกล่าว 

นายวิสาร ยังกล่าวว่า สำหรับ จ.เชียงราย ร้อยละ 70 มีอาชีพทำเกษตร ดังนั้นตลาดล้านเมือง จะรองรับผลผลิตที่เพิ่มขึ้นและส่งเสริมสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้สร้างรายได้ในพื้นที่เพิ่มขึ้นรวมทั้งจะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชผัก ออร์แกนิค ผลไม้ปลอดสารพิษ ผลผลิตที่มาจากธรรมชาติ ซึ่งจะมีการลงไปส่งเสริมในพื้นที่ ส่วนด้านการคมนาคมขนส่ง จังหวัดเชียงรายมีท่าเรือ ในอำเภอเชียงแสน ดำเนินการโดย การท่าเรือแห่งประเทศไทยที่ลงทุนหลายพันล้านบาท แต่การใช้บริการท่าเรือ ไม่เต็มศักยภาพ  ทางผู้บริหารจึงมีการหารือกัน และหวังว่า ท่าเรือแห่งนี้จะเป็นจุดนำเข้า ส่งออก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภค บริโภค  ส่งออกเนื้อสัตว์จากประเทศไทย หรือสินค้าจากจีนลงมา ในรูปแบบแลกเปลี่ยนกัน โดยได้ทำการศึกษาดูงาน ระหว่าง ไทย ลาว เมียนมาแล้ว  เพื่อจะทำอย่างไรในการลดขั้นตอนการส่งออก และนำเข้า เพื่อการค้าขาย ต่อไปในอนาคต

 

*****

 

Visitors: 1,458,115