ข่าวพาน-เชียงราย ปีที่3 ประจำเดือน ตุลาคม 2561 ปักษ์หลัง


 

ข่าวพาน-เชียงราย  ปีที่ 3 ประจำเดือนตุลาคม 2561  ปักษ์หลัง

*****

ชาวเชียงรายร่วมชมการชกมวยไทยไฟท์ อย่างคับคั่ง

 

ค่ำวันนี้ (27 ต.ค. 61) นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันไทยไฟท์ เป็นประธานพิธีเปิด THAI FIGHT เชียงราย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รอบคัดเลือก) ที่เวทีมวยชั่วคราว บริเวณลานจอดรถ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าเชียงราย โดยมี นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ  พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ที่ให้การสนับสนุนการจัดศึกมวยไทยไฟท์ เพื่อหาทุนสนับสนุนการก่อสร้างลู่วิ่ง เพื่อใช้จัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ "เจียงฮายเกมส์" ครั้งที่ 46 และกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 36 “น้ำกกเกมส์” ได้รับความสนใจจากประชาชนในจังหวัดเชียงราย และจังหวัดใกล้เคียงเข้าชมกันอย่างคับคั่ง #พาน108

ชาวนาบ้านป่าเปา ต.เจริญเมืองบุกศาลากลางเชียงรายขอความเป็นธรรมวิสาหกิจชุมชนไร่เชิญตะวันค้างค่าข้าวกว่า  3 ล้านบาท


26 ต.ค. 61  10.00 น.ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย  กลุ่มเกษตรกรปลูกข้าวบ้านป่าเปา ต.เจริญเมือง อ.พาน จ.เชียงราย ประมาณ 100 คน  เดินทางมายื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรมศาลากลางจังหวัดเชียงราย เพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานราชการบรรเทาความเดือดร้อน กรณีที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์บ้านป่าเปา  หมู่ที่ 4 ต.เจริญเมือง อ.พาน จ.เชียงราย มีสมาชิกจำนวน 69 ราย  ทำสัญญาซื้อขายข้าวอินทรีย์กับวิสาหกิจชุมชนไร่เชิญตะวันจำนวน 462,350 กิโลกรัม มีนางเกษลักษณ์ หาราชัย ประธานวิสาหกิจชุมชนเป็นคู่สัญญา   เป็นเงินจำนวน   6,095,829 บาท โดยได้ชำระไปแล้วบางส่วน 2,367,274 บาท ยังค้างอยู่  3,728,555 บาท  ซึ่งได้ส่งมอบข้าวไปแล้วเมื่อ พ.ย.60   เวลาผ่านมาเกือบ 1ปี  ยังไม่ได้รับเงินในส่วนที่ค้างอยู่ 

นางศริษา หมื่นคำวัง  หนึ่งในเกษตรกรใน 69 ราย ที่ยังไม่ได้รับชำระเงินค่าข้าว  เปิดเผยว่า  วันนี้เกษตรกรบ้านป่าเปาได้รวมตัวกันมายื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เพื่อขอให้หน่วยงานราชการเข้ามาดูแลกรณีที่ยังไม่ได้รับชำระค่าข้าวจากไร่ท่าน ว. เนื่องจากได้ซื้อขายข้าวกับวิสาหกิจชุมชนไร่เชิญตะวันตั้งแต่ พ.ย.60 เคยได้ติดต่อทวงถามไป แต่ก็ได้รับคำตอบว่า ทางไร่รับซื้อข้าวสูงกว่าท้องตลาดราคาข้างเปลือก ก.ก. ละ 13-15 บาท จึงยังไม่มีเงินเพียงพอที่จะมาจ่ายให้ได้ และยังอยู่ในระหว่างการขอรับการสนับสนุนจากทางราชการ  เบื้องต้นเมื่อ ก.พ.61  ท่าน ว. วชิรเมธี ได้มอบหมายให้พระมหาดร.สันทัต ซึ่งเป็นพระเลขาฯท่านว. โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารมาให้กลุ่มเพื่อเป็นการเยียวยาเบื้องต้นอยู่ 5 แสนบาท  ซึ่งในวันที่ 1 พ.ย.61  ทางศูนย์ดำรงธรรมจะได้นัดคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาตกลงเจรจากันที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย  เวลา 10.00 น.#พาน108

 

                ดีเอสไอลงพื้นที่เชียงราย พะเยา สอบสวนผู้เสียหายนับร้อยรายถูกลิสซิ่งหลอกโอนที่ดิน

                25 ต.ค.61 ที่ห้องประชุมหิรัฐนคร  สำนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย  นายไตรยฤทธิ์  เตมหิวงศ์  รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ  พร้อมด้วย นายอนุสรณ์  วงศ์ใหญ่ อัยการจังหวัดเชียงราย  และกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค บูรณาการร่วมกับสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดเชียงรายและพะเยา  ลงพื้นที่สอบปากคำผู้เสียหายจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเชนลิสซิ่ง  จำกัด   มีพฤติการณ์ในการดำเนินกิจการอาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและหลีกเลี่ยงภาษี

                สืบเนื่องจากคณะกรรมการคดีพิเศษ  ได้มีมติรับข้อกล่าวหาว่าสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน  เชนลิสซิ่ง จำกัด  มีพฤติการณ์ในการดำเนินกิจการที่อาจเข้าข่ายเป็นการฉ้อโกงประชาชน  จึงได้นัดหมายผู้เสียหายในพื้นที่เชียงราย พะเยา  มาสอบปากคำกรณีที่มีผู้เสียหายจำนวนมากได้นำโฉนดที่ดินไปเป็นประกันการกู้ยืมเงิน โดยมีข้อตกลงว่าเมื่อผู้เสียหายได้ผ่อนชำระเงินกู้ครบถ้วยแล้วจะโอนโฉนดที่ดินกลับคืนให้ผู้เสียหาย  ต่อมาภายหลังจากผู้เสียหายได้ชำระเงินกู้ครบถ้วนแล้ว กลับพบว่าผู้รับโอนที่ดินดังกล่าวเป็นบุคคลอื่น ไม่ใช่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน เชนลิสซิ่ง จำกัด  ทำให้ไม่สามารถโอนที่ดินกลับคืนมาได้ เบื้องต้นมีผู้เสียหายมากกว่า 300 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท  ให้ปากคำกับดีเอสไอ  โดยจะใช้ระยะเวลาสอบปากคำเป็นเวลา 2 วัน  ก่อนจะย้ายสถานที่ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่กองบังคับการตำรวจภูธร จังหวัดแพร่   ประชาชนที่อยู่ในข่ายถูกกลุ่มบุคคลดังกล่าวตามพฤติการณ์ข้างต้น  สามารถติดต่อสอบถาม ได้ที่ 086-969-9666  ในเวลาราชการ

*****

 

ชาวบ้านบ้านดงเจริญคัดค้านรังวัดที่ดิน 187 ไร่


22  ต.ค.61  10.00 น.  ที่วัดดงเจริญ หมู่ที่ 9 บ้านดงเจริญ  ต.หัวง้ม  อ.พาน จ.เชียงราย  ชาวบ้านประมาณ 200 คน บ้านดงเจริญ หมู่ที่ 9 ยื่นหนังสือต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงราย  สาขาพาน  เพื่อคัดค้านการรังวัดที่ดินเนื้อที่ 187  ไร่ 64 ตารางวา ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของบ้านดงเจริญ  รวมถึงวัดบ้านดงเจริญและถนนภายในหมู่บ้าน   โดยมี นายวินัย เครื่องไชย  นายกอบต.หัวง้ม, นางสาวเสาวลักษณ์  ตาละลักษณ์ นายช่างรางวัดชำนาญงาน ตัวแทนที่ดินจังหวัดเชียงราย  ,นายพิเชษฐ์   ปันจี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ,นางธัชกร  พฤธิติยา  ตัวแทนนางพิกุล   พิทยาอิสรกุล  เจ้าของที่ดินเนื้อที่ 187 ไร่ พร้อมด้วยกลุ่มชาวบ้านดงเจริญ กว่า 200 คน ยืนชูป้ายคัดค้านการรังวัดที่ดินในวันนี้

          นายสมพล  ปวนแก้ว  ผู้สูงอายุในหมู่บ้านกล่าวว่า  ตนเองได้มาบุกเบิกพื้นที่บ้านดงเจริญ ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่  อยู่มากว่า 100 ปี  มีประมาณ 50-60  ครัวเรือน  จนขยายมากว่า 100 หลังคาเรือน  ตอนนั้นได้ทำไร่ทำนาบุกเบิกแล้วซื้อจากเจ้าของเดิมในหมู่บ้านเดิมที่เข้ามาแผ้วถางอยู่ก่อนแล้วในราคาถูกๆ  ไม่เคยรู้เลยว่าเจ้าของที่ดินดังกล่าวมาซื้อที่ดินมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แปลงนี้จำนวน 187 ไร่ ในพื้นที่อีกกว่า 4,000 ไร่ที่ยังมีปัญหาอยู่ พึ่งรู้ว่ามีเจ้าของจะมาทวงคืนที่ดิน   ตอนนี้ก็อยู่กันไปแบบนี้ก่อน  ตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายไม่มีหลักฐานอะไร  อยากให้มีกรรมสิทธิ์ที่ดินกัน อยู่กันมาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย  100 กว่าปีแล้ว

            ทางด้านนางธัชกร  พฤธิติยา  ตัวแทนนางพิกุล   พิทยาอิสรกุล  เจ้าของที่ดินเนื้อที่ 187 ไร่ กล่าวว่า  ตนเองอยากจะมาแก้ไขปัญหา  เคยมาที่นี่หลายรอบ  รู้ว่าโดนหลอกมาจากคนขายเดิมแล้วก็หายไปแล้ว  เรามาหาทางออก อยากให้เข้าใจตรงนี้  อยากจะสอบเขตว่าพื้นที่เป็นอย่างไร    ถ้าเราไม่สอบเขตเราจะไม่รู้ลยว่าปัญหาแต่ละบ้านมีจำนวนพื้นที่เท่าไหร่  ยืนยันว่าเจ้าของที่ดินไม่คิดที่จะขับไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่  พยายามหาทางออกที่ดีที่สุดให้  ตนเองหมดเงินซื้อที่ดินไป10.5 ล้าน  ซื้อที่ดินจากคนชื่อสายัณห์ อุสราคำ

            ส่วนทางด้านนางสาวเสาวลักษณ์  ตาละลักษณ์ นายช่างรางวัดชำนาญงาน ตัวแทนที่ดินจังหวัดเชียงราย  เห็นว่า การรังวัดที่ดินในวันนี้คงต้องงดไปก่อนเพราะมีการคัดค้านจากชาวบ้านที่ลงชื่อจำนวน 147 ราย โดยจะเลื่อนออกไป 90 วัน จนกว่าเจ้าของที่ดินจะมายื่นขอรางวัดใหม่อีกครั้ง และจะนำปัญหาเรียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงรายต่อไป

           

            *****

เปิดชุมชนท่องเที่ยวโอท็อปนวัตวิถีเฮือนโบราณกลุ่มผลิตเตาอั้งโล่บ้านร้องหลอด


                20 ต.ค. 61 10.30 น. นางภัทราวดี  ปัญญาบุญ  นายอำเภอพาน  พร้อมด้วยนายยอดชาย ผ้าเจริญ พัฒนากรอำเภอพาน  นายยศวัตร  ปิติภูวพิพัฒน์ นายกอบต.เมืองพาน นายเสรี  วงค์เรือน  ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 บ้านร้องหลอด  ร่วมกันเปิดชุมชนท่องเที่ยวโอท็อปนวัตวิถีบ้านร้องหลอด ณ วัดร้องหลอด  ต.เมืองพาน อ.พาน จ.เชียงราย

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หมู่บ้านร้องหลอดแห่งนี้เป็นแหล่งผลิตเตาอั้งโล่  หรือเตาดินเผาที่ใช้ฟืนหรือถ่านหุงต้มประกอบอาหารในครัวเรือน  ส่งจำหน่ายไปทั่วประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน  โดยการนำดินเหนียวมานวดแล้วแบ่งเป็นก้อน  ก่อนขึ้นรูปทรงแบบหยาบๆก่อน นำไปตากให้หมาดประมาณ วัน แล้วจึงนำไปปาดให้เรียบเป็นรูปทรงของเตา จากนั้นจึงนำไปเผาในเตาแกลบ  2  วัน ก็จะได้ตัวเตาอั้งโล่ที่เผาแกร่งแล้ว นำไปใส่เสื้อเตาที่ผลิตจากแผ่นโละประกอบให้เข้ากัน  ผึ่งให้แห้งรอพ่อค้ามารับจัดส่งไปตามร้านค้าในพื้นที่ต่างๆ  นับเป็นภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดกันมาในการผลิตเตาอั้งโล่ของหมู่บ้านร้องหลอดแห่งนี้  จนเป็นแหล่งผลิตเตาที่มีชื่อเสียง 

 

                นอกจากนี้ที่วัดร้องหลอดยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมแบบล้านนา  ชาวบ้านได้ร่วมมือกันนำไม้มาก่อสร้างบ้านไม้แบบล้านนาโบราณ รวบรวมสิ่งประดิษฐ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันสมัยก่อน มาจัดแสดงที่เฮือนโบราณซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดร้องหลอด  ภายในบริเวณวัดได้มีการก่อสร้างสถาปัตยกรรมแบบล้านนาเช่น  ผามซอ ผามแห่  วิหารรายที่ก่อสร้างด้วยไม้ มีรถสามล้อถีบ  กี่กระตุกทอผ้า  พิพิธภัณฑ์จัดแสดงวิถีชีวิตล้านนาในอดีต   แล้วยังมีศูนย์เยาวชนวัดร้องหลอดซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม  มีข่วงวัฒนธรรมที่จัดแสดงศิลปวัฒนธรรมโดยเยาวชน   เช่น ฟ้อนดาบ  กลองสะบัดชัย  การแสดงนกกิ่งกะหรา  เป็นต้น  นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและนัดหมายชมการแสดงโดยติดต่อไปที่วัดร้องหลอด

                บ้านร้องหลอดมีโฮมสเตย์ไว้รองรับนักท่องเที่ยว ที่จะเข้ามาพักเพื่อศึกษาวิถีชีวิตท้องถิ่น   นักท่องเที่ยวสามารถเข้าพักเพื่อเยี่ยมชมฐานการเรียนรู้ต่างๆ เช่น  ศูนย์การเรียนรู้บ้านโบราณล้านนา  ศูนย์การเรียนรู้การทำเตา ศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมสะดือร้อง  ศูนย์การเรียนรู้กลุ่มทอผ้าและผักสวนครัว  พักโฮมสเตย์ในบ้านร้องหลอดซึ่งอยู่ใกล้กับวัด  มีบรรยากาศที่ปลอดโปร่งสะดวกสบายเข้าพักและเรียนรู้วิถีชีวิตชนบทแบบล้านนากับเจ้าของบ้าน ที่รอต้อนรับอยู่  สำรองห้องพักที่ พ่อบุญหล้า  โฮมสเตย์ร่มบุญ     หมายเลขโทรศัพท์ 090-6737245,053-722448

รมว.วีระศักดิ์ ยกย่องศูนย์บริการท่องเที่ยวเทศบาลนครเชียงรายต้นแบบดึงท่องเที่ยว รองรับ เจียงฮายเกมส์-ถ้ำหลวง

19 ต.ค.61 นายวีระศักดิ์ โค้วสุรัตน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดศูนย์บริการการท่องเที่ยวและขนส่งมวลชนเทศบาลนครเชียงราย โดยมีนายภาสกรณ์ บุญญลักษณ์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายกล่าวต้อนรับ    นายวันชัย  จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงรายกล่าวรายงานการดำเนินงานจัดตั้งศูนย์บริการการท่องเที่ยวและขนส่งมวลชนเทศบาลนครเชียงราย  พร้อมด้วย  นางรัตนา จงสุทธานามณี  นายกสมาคมกีฬาจังหวัดเชียงราย  ประธานที่ปรึกษาเทศบาลนครเชียงราย  บริเวณอาคารดาวน์ทาว  สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงรายแห่งที่ 1 อ.เมือง จ.เชียงราย

            นายวันชัย  จงสุทธานามณี  นายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวว่า  ศูนย์บริการการท่องเที่ยวและขนส่งมวลชนเทศบาลนครเชียงราย  จะเป็นจุดเชื่อมโยงการท่องเที่ยวทั้งภาครัฐและเอกชน  เพื่อบูรณาการการเป็นเจ้าบ้านที่ดี  มีระบบการดูแลความปลอดภัยช่วยเหลือนักท่องเที่ยว  บริการข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย  กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน  ประเทศเพื่อนบ้าน   ข้อมูลที่พัก การเดินทาง ร้านอาหาร  การจำหน่ายสินค้า  ระบบอินเตอร์เน็ต  ทั้งยังเป็นศูนย์กลางการขนส่งมวลชนโดยรถโดยสารประจำทาง 

            ทางด้านนายนายวีระศักดิ์  โค้วสุรัตน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา  กล่าวว่า  การเปิดศูนย์บริการการท่องเที่ยวและขนส่งมวลชน ถือเป็นตัวอย่าง ท้องถิ่นเมืองรองได้ใช้เป็นแบบอย่างได้  เป็นการรวมเอาการเดินทาง และการจำหน่ายสินค้าท้องถิ่น ของที่ระลึก  เข้ามารวมอยู่ในที่เดียวกัน  และยังสามารถต่อรถไปยังสถานที่ต่างๆได้   ที่ตั้งก็อยู่ใจกลางเมือง มีที่จอดรถเพียงพอ   มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว  มีตำรวจท่องเที่ยว   คนที่จะมาต่อรถไม่ต้องรอสามารถใช้เวลาช็อปปิ้งที่ศูนย์แห่งนี้   ช่วยทำให้การท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงรายโดยศูนย์แห่งนี้   สามารถกระจายรายได้  กระจายโอกาสลดความเหลื่อมล้ำ   จังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดชายแดนขนาดใหญ่มีโอกาสต้องรองรับการเดินทางจากประเทศเพื่อนบ้าน  ศูนย์บริการแห่งนี้ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการเดินทางจากหลายประเทศ  เป็นศูนย์กลางสำคัญจึงเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง เมืองรองต่างๆน่าจะใช้เป็นแบบอย่างในการพัฒนา การท่องเที่ยวที่กำลังเจริญเติบโต#พาน108 

ปางควายไทยบ้านดงเจริญ 

                ที่บ้านดงเจริญ  หมู่ที่ 9 ต.หัวง้ม อ.พาน จ.เชียงราย  ได้มีการจัดตั้งธนาคารควายจากการสนับสนุนของปศุสัตว์อำเภอพาน  เพื่อควบคุมดูแลคุณภาพและอนุรักษ์สายพันธุ์ของประชากรควายไทย  โดยการดูแลจัดการของชาวบ้านดงเจริญ  ปัจจุบันมีควายกว่า 319  ตัว และนับวันก็จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น  ได้รับการดูแลที่ปางควาย บ้านดงเจริญแห่งนี้  เป็นวิถีชีวิตชนบทที่น่าเข้ามาศึกษาเรียนรู้  ประกอบกับทางราชการเล็งเห็นศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแหล่งใหม่ของอำเภอพาน 

          ปัจจุบันปางควายบ้านดงเจริญ  ได้รับการพัฒนาให้ต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้ามาชมวิถีชีวิตชนบทที่หมู่บ้านควายบ้านดงเจริญ  มีโฮมสเตย์จำนวน 8 หลังเปิดให้บริการรองรับนักท่องเที่ยว ในราคามิตรภาพ 150 บาทต่อคนต่อ 1 คืน  หรือจะเลือกแพ็คเกจ 3 วัน 2 คืน   ใช้ชีวิตแบบชนบท เรียนรู้ศูนย์การเรียนรู้ 5 ฐาน  เช่น การปรุงอาหารพื้นถิ่นจากวัตถุดิบตามธรรมชาติ  กลุ่มจักรสานบ้านดงเจริญ  การทำของที่ระลึกจากไม้แปรรูป  ศูนย์การเรียนรู้บ้านปางควาย   ขี่เรือพายชมทัศนียภาพหนองฮ่าง ซึ่งเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบล ของอำเภอพาน   ชมแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์โบราณสถานบ้านดงเจริญ  ชิมอาหารพื้นถิ่น  เป็นต้น #เมืองพานนิวส์

*****

เปิดชุมชนท่องเที่ยวโอท็อปนวัตวิถีกลุ่มตีมีดบ้านป่าสักใต้

16  ต.ค.61  10.30น. นางภัทราวดี  ปัญญาบุญ  นายอำเภอพาน  พร้อมด้วยนายยอดชาย ผ้าเจริญ พัฒนากรอำเภอพาน , นายสาคร ตั๋นคำ นายกอบต.ทานตะวัน,นายละมัย  สานติ๊บ  ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 บ้านป่าสักใต้  ร่วมกันเปิดชุมชนท่องเที่ยวโอท็อปนวัตวิถี  ณ  บ้านป่าสักใต้ ต.ทานตะวัน อ.พาน จ.เชียงราย นำผลิตภัณฑ์โอท็อปของบ้านป่าสักใต้ เช่น ตระกร้าสาน  ดอกไม้ประดิษฐ์  และโดยเฉพาะมีดหลากหลายชนิด ซึ่งเป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อของหมู่บ้านป่าสักใต้ส่งออกไปขายทั้งประเทศ  โดยมีการสาธิตการตีมีดแบบดั้งเดิมที่ใช้แรงคนตีขึ้นรูปจนได้มีดที่มีความแกร่งคงคนและสวยงาม # เมืองพานนิวส์

 


Visitors: 1,458,115