ข่าวพาน-เชียงราย ปีที่ 4 เดือนเมษายน 2562 ปักษ์แรก

 

 ข่าวพาน-เชียงราย  เดือนเมษายน 2562 ปีที่ 4 ปักษ์แรก

*****

อาสาดับไฟป่าดับอีก 1  ลมพัดหวนจากตีนดอย พลาดตกลงกองไฟ ที่ดอยแม่แก้ว อ.พาน  

เมื่อวันที่ 11 เม.ย.61 นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.เชียงราย ได้รับรายงานจากนางภัทราวดี ปัญญาญาบุญ นอภ.พาน จ.เชียงราย ว่าขณะที่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครดับไฟป่าระดมกำลังขึ้นเทือกเขาอุทยานแห่งชาติแม่ปืม บ.แม่แก้วกลาง หมู่ ต.แม่อ้อ อ.พาน ทำการดับไฟป่าที่ไหม้ติดต่อกันมาหลายวันจากพื้นกว้างใหญ่มีแนวเขตติดต่ออำเภอ ระหว่างเชียงราย-พะเยา และเชียงใหม่ มีความสูงชัน ชุดปฏิบัติการดับไฟป่าเข้าปฎิบัติงานอย่างยากลำบากอยู่นั้น นาย จำลอง อาทะ อายุ 59  ปีเลขที่ 22 หมู่ 19 ต.แม่อ้อ อ.พาน อาสาสมัครดับไฟป่าของอุทยานแห่งชาติแม่ปืม กำลังดับไฟป่าอยู่บนดอย ได้ถูกลมพัดหวนกลับพัดไฟโหมจากตีนดอยขึ้นตลบหลัง ทำให้นายจำลอง รีบวิ่งขึ้นดอย แต่พลาดลื่นตกลงไปในกองไฟ ถูกไฟครอกบริเวณศรีษะใบหน้าและตามลำตัว ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงได้ช่วยกันดับไฟช่วยเหลือออกมาจากกองไฟ และช่วยกันหามใส่เปลเดินเท้าออกจากป่ามา กม.

โดย นอภ.พาน ได้ร้องขอความช่วยเหลือไปที่ พล.ต. สัชฌาการ คุณยศยิ่ง ผ ผบ.มทบ.37 ประสาน เครื่องเฮลิคอปเตอร์จาก ฉก.ม. และแพทย์พยาบาลจาก ร.พ.ค่ายเม็งรายมหาราช บินไปจอดที่กลางทุ่งนา ชายป่าใกล้ตีนดอย รับนายจำลอง ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปลงที่สนามบินเก่า กองบิน 416 โดยมีรถพยาบาลจาก รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ มาคอยรับตัวเข้าห้องฉุกเฉิน ทำการรักษาตัวอย่างเร่งด่วน ต่อมามีข้าราชการผู้ใหญ่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าเยี่ยม แต่ไม่สามารถเยี่ยมได้ เพราะต้องเข้าห้องปลอดเชื้อ คอยดูอาการอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากตามร่างกายถูกไฟเผาไหม้มาก

ต่อมา  นายจำลอง อาทะ อายุ 59 ปี บ้านเลขที่ 22 หมู่19 ตำบลแม่อ้อ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย อาสาสมัครดับไฟป่าได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2562 เวลา 13.00 น. ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ จากเหตุการณ์เข้าดับไฟป่า เกิดการไหม้ตีกลับเข้าไปหาชุดดับไฟป่าขณะดับไฟบนแนวสันเขา ทำให้ไฟได้คลอก ซึ่งได้นำตัวออกจากพื้นที่เกิดเหตุ ลำเลียงผู้บาดเจ็บ โดย ฮ. ฉก.ม.มายังสนาม ฮ. ชั่วคราวสนามบินเก่า ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย ต่อจากนั้นรถพยาบาลได้นำส่งผู้บาดเจ็บไปยัง รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ เวลา 18.59 น.

โดยเมื่อเวลา 10.00 น.นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย ว่าที่ ร้อยตรี ณรงค์โรจนโสทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 นายอำนาจ เจิมแหล่ ผู้อำนวยการ สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย นายครรชิต ชมภูแดง รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดเชียงราย พร้อมคณะ เดินทางเข้าเยี่ยมนายจำลอง อาทะ อายุ 59 ปี ที่หออภิบาลผู้ป่วยไฟไหม้น้ำร้อนลวก บริเวณชั้น โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ซึ่งเป็นราษฎรอาสาดับไฟป่า ที่ถูกไฟคลอกขณะปฏิบัติหน้าที่ดับไฟป่าในพื้นที่ดอยแม่แก้ว หมู่ที่ ตำบลแม่อ้อ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้ให้กำลังใจภรรยานายจำลองพร้อมญาติที่มาเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นจากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายอีกด้วย

จากกรณีนายจำลอง อาทะ อายุ 59 ปี พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 12 ม.19 ต.แม่อ้อ อ.พาน จ.เชียงราย เป็นราษฎรอาสาดับไฟป่า ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการเข้าร่วมดับไฟป่าแล้วถูกไฟลุกไหม้คลอกเสื้อผ้าและร่างกาย เหตุเกิดบริเวณอุทยานแห่งชาติแม่ปืม ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างบ้านแม่แก้วพัฒนา ม.17 กับบ้านแม่แก้วกลาง ม.ของ ต.แม่อ้อ อ.พาน

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เร่งให้ความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วนในเบื้องต้น และรายงานให้นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และประสานขอรับการสนับสนุนอากาศยานปีกหมุนจากหน่วยเฉพาะกิจ กองพันทหารม้าที่ พร้อมทีมแพทย์และพยาบาล ก่อนนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ จ.เชียงราย และรับการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน โดยมีกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดเชียงรายให้การประสานและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และรายงานความคืบหน้าอาการของนายจำลอง อาทะ ผู้บาดเจ็บจากไฟคลอกร่างกาย ซึ่งเมื่อเช้าของวันอังคารที่ 12 เม.ย.62 เวลา 09.00 น. บาดแผลที่ไฟไหม้ทั้งตัว ประมาณร้อยละ 85 ผู้ป่วยยังไม่รู้สึกตัว ความดันโลหิตต่ำเป็นช่วง ๆ แก้ไขโดยการให้ยากระตุ้นความดันโลหิต และใส่ท่อช่วยหายใจ และใช้เครื่องหายใจ อาการยังอยู่ในภาวะวิกฤติ ซึ่งแพทย์และพยาบาลยังคงให้การรักษาตามอาการอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องตามมาตรฐานทางการแพทย์อย่างดีที่สุด

โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงรายได้แจ้งว่า ในกรณีดังกล่าว ทางราชการให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.สงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือทางราชการ เป็นค่ารักษาพยาบาล 50,000 บาท กองทุนดับไฟป่าจังหวัดเชียงราย 50,000 บาท เหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย 3,000 บาท กองทุนไฟป่ากรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช 40,000 บาท สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย 3,000 บาท นายอำเภอพาน 3,000 บาท มณฑลทหารบกที่ 37 3,000 บาท และจากส่วนต่าง ๆ รวมเป็นเงินที่ให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น 106,000 บาท  CR.นายณรงค์   โรจนโสทร  รอง ผวจ.ชร. ///ทีมข่าวไทยรัฐเชียงราย


เชียงราย-บิ๊กล็อตยานรก 21 ล้านเม็ด ฉวยโอกาสช่วงเทศกาลลักลอบขนย้าย

5 เม.ย.62  15.00น.  พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน  รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย จำนวน 3  ราย ของกลางรวมกว่า 21 ล้านเม็ด ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ศูนย์ราชการฝั่งหมิ่น อ.เมือง จ.เชียงราย

                รายที่ สามารถจับกุมได้ที่สวนผลไม้บ้านแม่ตะละ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ได้ผู้ต้องหา คนคือนายสุทิน แซ่ท้อ อยู่ระหว่างหลบหนีการออกหมายจับ นายจันทร์ติ๊ก แซ่เล่า คนขับรถจักรยานยนต์ นายศิลายุทธ แซ่ลี คนนั่งซ้อนท้าย นายชาญชัย แซ่เห้อคนขับรถยนต์นำ และนายกิตติศักดิ์ แซ่เห้อ คนโดยสารรถนำ พร้อมยาบ้า 49 กระสอบ ประมาณ 9,798,000 เม็ดรถยนต์กระบะมิตซูบิชิสีขาวหมายเลขทะเบียน ยข 3843 เชียงใหม่

   -เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในจึงเพิ่มความเข้มในการตั้งจุดสกัด กระทั่งได้รับแจ้งว่าพบรถต้องสงสัยมีผ้าใบปกปิดไว้ขับมาตามถนนสายเชียงราย-เชียงใหม่ จากสามแยกปากทางแม่สวย มุ่งหน้าอำเภอเวียงป่าเป้า เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจท่าก๊อ จึงตั้งจุดตรวจ จุดสกัดจับ จนกระทั่งเวลาประมาณ 02.30 นาที รถจักรยานยนต์คาวาซากิ สีขาว หมายเลขทะเบียน กผ 2190 เชียงใหม่ที่มีนายจันทร์ติ๊กเป็นผู้ขับขี่ และนายศิลายุทธเป็นผู้ซ้อนท้าย มีรถยนต์แบบตอนเดียวยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีดำ หมายเลขทะเบียน ผจ 7343 เชียงราย มีนายชาญชัย เป็นผู้ขับขี่ และนายกิตติศักดิ์โดยสารข้างคนขับ ผ่านมาถึงจุดตรวจเจ้าหน้าที่ตำรวจขอทำการตรวจค้นระหว่างนั้นได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก ชุดคอยสังเกตการณ์ บริเวณทางเข้าถนนสายบ้านแม่โฮ่ง-แม่ตะละ ว่าพบรถยนต์กระบะมิตซูบิชิสีขาวไม่ทราบหมายเลขทะเบียนมีผ้าใบปกคลุมด้านหลังอย่างมิดชิดเลี้ยวเข้าไปยังถนนสายดังกล่าวอย่างรวดเร็ว เพื่อหลบหนีการตรวจค้นซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวนสภ แม่จันที่ได้รับคำสั่งให้มาสนธิกำลังขี่ตามไปในป่าเพื่อสกัดจับ และพบว่าผู้ขับขี่นำรถยนต์ไปจอดทิ้งไว้กลางสวนผลไม้ สภาพยางหน้ารถแตก ไม่สามารถขับต่อไปได้ ส่วนนายสุทิน ผู้ขับขี่หลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพบยาบ้า 49 กระสอบประมาณ 9.8 ล้านเม็ด จึงยึดไว้เป็นของกลาง ต่อมาทำการขยายผลตรวจค้นบ้านของนายวิชัยผู้ครอบครองรถยนต์กระบะมิตซูบิชิสีขาวหมายเลขทะเบียน ยข 3843 เชียงใหม่ ทราบว่านายวิชัยขายรถยนต์ให้กับนายสุทิน เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปตรวจค้นบ้านของนายสุทินแต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายและไม่พบตัวนายสุทิน จึงออกหมายจับ

                รายที่ 2  เป็นผลงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ แม่สาย จับกุม ผู้ต้องหา ได้ที่ จันนึก รีสอร์ท อำเภอแม่สาย คือนายจายสาม หรือศักดิ์ชัย ชุ่มใจสัญชาติไทยใหญ่ นายทิชากร ไชยว่องนางสาวปิยมาภรณ์ มหายศนันท์ นางประนอม ดอนไชย นายอำนวย และนางนิลุบล สมอพันธ์ พร้อมยาบ้า บรรจุในกระเป๋าเป้ 12 ใบ ประมาณ 2.6 ล้านเม็ด รถยนต์กระบะนิสสันฟอร์ดเรนเจอร์ โตโยต้ารีโว่ รถยนต์โตโยต้า วีออส และรถจักรยานยนต์ คัน -โดยชุดจับกลุ่มได้รับแจ้งจากสายลับว่าที่รีสอร์ทมีกลุ่มขบวนการลำเลียงยาเสพติดจะนำยาเสพติดมาพักไว้เพื่อลักลอบขนเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงวางแผนซุ่มดู พบกลุ่มบุคคลหลายคนและรถของกลางเข้าออกรีสอร์ทผิดสังเกต จึงเฝ้าติดตามดู อย่างใกล้ชิด เห็นการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาพักในรีสอร์ท โดยกลุ่มผู้ต้องหาขับรถยนต์ คันออกจากรีสอร์ทที่มียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ จึงเข้าทำการตรวจสอบพบยาบ้าจำนวน 12 กระเป๋าเป้ประมาณ 2,598000 ล้านเม็ด ภายในห้องพักจึงยึดไว้เป็นของกลาง จากการสอบปากคำนายศักดิ์ชัย รับว่าได้รับการว่าจ้างจากเฮียหลง ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศเมียนม่า เป็นค่าจ้างขนประมาณหนึ่งล้านบาท ทำมาแล้ว ครั้งโดยได้รับเงินค่าขนล่วงหน้ามาก่อน 10,000 บาท ส่วนนายทิชากร รู้จักกับนายศักดิ์ชัยมาหลายปี มีหน้าที่นั่งเป็นเพื่อนคอยบอกทางในการลำเลียงยาบ้าเข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา -และในวันที่ เมษายนเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นห้องพักหลังมหาวิทยาลัยพายัพตามคำให้การเพิ่มเติมของนายนิชากร ตรวจยึดทรัพย์สิน 14 รายการประมาณ 100,000 บาทและพบยาบ้าอีก เม็ด ไอซ์ 0.58 กรัมอุปกรณ์การเสพยา จึงตรวจยึดไว้ เพื่อประกอบการดำเนินคดี

                รายที่   เป็นผลงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่แนวชายแดนและเข้าสู่ตอนใน รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ บ้านดู่ โดยตรวจยึดยาบ้า 54 กระสอบ ประมาณ 9,400,000 เม็ด รถยนต์กระบะ เอกสารการเช่ารถ สมุดบัญชีเงินฝากของนายสุนทร มาเยอ และของกลางอื่นๆอีกจำนวนหนึ่ง -โดยเคสนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าไปยังพื้นที่ตอนใน โดยใช้รถกระบะโตโยต้า ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน จึงสืบสวนติดตาม จนเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ตำรวจชุดจับกลุ่มสามารถตรวจยึดของกลางได้ที่ถนนสายรอง จากถนนพหลโยธินในเขตติดต่อระหว่างอำเภอแม่จัน อำเภอเมืองเชียงราย และพื้นที่อำเภอเวียงเชียงรุ้ง ต่อมาช่วงเวลาประมาณ 23.30 เจ้าหน้าที่ ตั้งจุดสกัดระหว่างอำเภอแม่จัน ติดต่ออำเภอเมืองเชียงราย พบรถยนต์กระบะโตโยต้าเสริมโครงเหล็ก ด้านหลังกระบะบรรทุกสิ่งของมีผ้าใบ สีฟ้าปกคุม ขี่มาตามถนนสายรอง โดยขับขี่อย่างรวดเร็วเพื่อหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดตามและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึดอีกส่วนหนึ่งให้ทำการเรียกตรวจรถยนต์คันดังกล่าว แต่ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามไปจนถึงเขตพื้นที่ตำบลแม่ข้าวต้ม อำเภอแม่จัน รถกระบะคันดังกล่าวเร่งความเร็วหลบหนี จนเมื่อเวลา 23:40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถคันดังกล่าวจอดอยู่ริมถนนบ้านห้วยเจริญจึงทำการตรวจค้น พบว่ายางรถยนต์ด้านหลังระเบิดไม่พบผู้ขับขี่ ตรวจสอบด้านหน้าและด้านหลังกระบะ พบกระสอบฟางสีน้ำเงินจึงเข้าไปตรวจค้นภายในกระสอบ พบยาบ้าอยู่ภายในห้องโดยสาร กระสอบ และวางอยู่ด้านหลังกระบะรถยนต์อีก 40 กระสอบรวม 47 กระสอบ ภายในรถพบเอกสารเช่ารถปรากฏชื่อนายสุนทร มาเยอ และพบบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ พร้อมด้วยซิมการ์ดจึงตรวจยึดไว้เพื่อสืบสวนหาผู้กระทำความผิด ซึ่งต่อมาศาลจังหวัดเชียงราย ได้ออกหมายจับนายสุนทรแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งหมดร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่งไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

 

             

 

เปิดทำการศาลแขวงเชียงราย

1 เม.ย.6207.00 น.นายอำนาจ  เพียรไทย   ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดแพร่ ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงเชียงราย พร้อมด้วยคณะผู้พิพากษา นางสาวประภา  ตาอินทร์ ผู้อำนวยการศาลแขวงเชียงราย    เจ้าหน้าที่ข้าราชการศาลแขวงเชียงราย  ร่วมกันประกอบพิธีทำบุญเปิดศาลแขวงเชียงราย(ที่ว่าการอำเภอเมืองหลังเก่า)  โดยได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 9 รูป จาก 9 วัดในอ.เมืองเชียงราย สวดชัยมงคลคาถาเป็นปฐมฤกษ์ในการเปิดทำการศาลแชวงเชียงราย จากนั้นพระสงฆ์ได้เจิมป้าย  ปิดทอง ประพรมน้ำมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลในการเปิดทำการศาลแขวงเชียงรายในวันแรก

                ปัจจุบันประชาชนในจังหวัดเชียงราย  มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น  และมีคดีความซึ่งเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลแขวงเข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลจังหวัดเชียงรายเพิ่มมากขึ้น  ดังนั้นเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของศาลจังหวัดเชียงราย  และเพื่อเป็นการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนในท้องที่ให้สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวก  รวดเร็ว  ประหยัด เสมอภาค  และเป็นธรรม  สมควรจัดตั้งศาลแขวงในจังหวัดเชียงรายเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งศาล มีเขตอำนาจในอำเภอเชียงแสน  อำเภอดอยหลวง  อำเภอพาน  อำเภอเมืองเชียงราย  อำเภอแม่จัน  อำเภอแม่ฟ้าหลวง  อำเภอแม่ลาว  อำเภอแม่สาย  อำเภอเวียงชัย  และอำเภอเวียงเชียงรุ้ง  และเปิดทำการได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562  เพื่อพิจารณาคดีอาญาที่มีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี  ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท  คดีแพ่งที่มีทุนทรัพย์ฟ้องไม่เกิน 3 แสนบาท

******

 

Visitors: 1,458,160